การทดสอบคืบของวัสดุหรือการเสียรูปภายใต้อุณภูมิและให้แรงดึง, แรงกด หรือแรงดัดที่คงที่ เพื่อประเมินความแข็งแรงและความทนทานต่อความร้อนในระยะเวลายาวของวัสดุ เพื่อทำนายอายุการใช้งานของวัสดุนั้นๆ
ตัวอย่างชิ้นงาน เช่น วัสดุชิ้นส่วนรถยนต์ วัสดุวิศวกรรม, เครื่องบิน หม้อไอน้ำเป็นต้น
ตามมาตรฐาน JIS K7115, ASTM D2990, ISO 899-1(CREEP TEST), JIS K6263, ISO 3384(STRESS RELAXATION TEST)
เครื่องทดสอบหาค่าความคืบ (Creep) ที่เพิ่มขึ้นเมื่อมีการให้โหลดคงที่ (Static load) หรือแรงคงที่กระทำต่อชิ้นงานตัวอย่างอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถให้แรงกระทำต่อชิ้นงานตัวอย่างได้ทั้งแบบแรงดึงยืด (Tensile test) แรงบีบอัด (Compressive test) และแรงดัดโค้ง (Flexural test)
โดยจะทำการวัดค่าระยะการยืดตัว (Extension) หรือระยะการบีบอัด (Compression) ต่อเวลา (Time) และระยะเวลาในการแตกร้าว (Time-to-rupture) ของชิ้นงานตัวอย่าง ภายใต้การควบคุมสภาวะแวดล้อมในการทดสอบ และยังสามารถทดสอบหาค่าความผ่อนคลายความเครียด (Stress relaxation) ได้
รูปแสดง การทดสอบการคืบและกราฟ

กราฟแสดงการทดสอบการคืบของชิ้นงาน โดยให้โหลดคงที่

รูปแสดงชุดจับชิ้นงาน โดยชิ้นงานจะถูกยืดที่ตัวจับด้านล่างและให้แรงดึงด้านบนแก่ชิ้นงาน

นอกจากนี้การวัดการคืบยังมีการให้แรงแบบแรงอัด และการทดสอบการดัด 3 จุดได้
รูปแสดงตัวจับชิ้นงานทดสอบสำหรับ แรงอัด ( Compression Test) และแรงดัด 3 จุด (Three–Point Bending Test)

1. ชิ้นงานตัวอย่างสำหรับการทดสอบความคืบโดยการดึงยืด (Tensile Creep) ต้องเป็น Type I หรือ Type II ตามมาตรฐาน ASTM D 638 หรือตามมาตรฐาน ASTM D 1822 สำหรับการวัดค่าความความคืบโดยการยืดดึง หรือระยะเวลาในการแตกร้าว (Time-to-rupture) ของชิ้นงานตัวอย่าง
รูปและตารางแสดงขนาดของชิ้นงานทดสอบการคืบ

2. ชิ้นงานตัวอย่างสำหรับการทดสอบความคืบโดยการบีบอัด (Compressive Creep) ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน ASTM D 695 โดยจะต้องมีขนาดกว้างและยาว หรือมีขนาดเส้นผ่านศูนย์ลาง 12.7 มิลลิเมตร

3. ชิ้นงานตัวอย่างสำหรับการทดสอบความคืบโดยการดัดโค้ง (Flexural Creep) ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน ASTM D 790 โดยจะต้องมีขนาด กว้างxยาวxหนา 12.7×63.5×3.18 มิลลิเมตร หรือ 12.7x127x6.4 มิลลิเมตร


เมื่อ
S คือค่าความเค้น มีหน่วยเป็นเมกะปสกาล (MPa)
P คือค่าโหลด หรือน้ำหนักที่ป้อนให้แก่ชิ้นงานตัวอย่าง มีหน่วยเป็นนัวตัน (N) หรือปอนด์ (Lbf)
L คือระยะห่างระว่างแท่นรองรับชิ้นงาน มีหน่วยเป็นมิลลิเมตร (mm) หรือนิ้ว (inch)
b คือความกว้างของชิ้นงาน มีหน่วยเป็นมิลลิเมตร (mm) หรือนิ้ว (inch)
d คือความหนาของชิ้นงาน มีหน่วยเป็นมิลลิเมตร (mm) หรือนิ้ว (inch)
1. รายละเอียดของวัสดุที่ทำการทดสอบ รวมทั้งข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับองค์ประกอบของวัสดุ การเตรียมวัสดุ หรือชิ้นงานตัวอย่าง โรงงานผู้ผลิต ยี่ห้อสินค้า รหัสสินค้า วันที่ผลิต ชนิดของการนำไปขึ้นรูป และการหลอม เป็นต้น
2. สำหรับแต่ละอุณหภูมิทดสอบ ให้ทำการวาดกราฟลอการิทึมระหว่างเปอร์เซ็นต์ความเครียดกับเวลาเป็นชั่วโมง ภายใต้การรับภาระ หรือโหลดของชิ้นงานตัวอย่าง ที่อยู่ในรูปของค่าความเค้น (Stress) ตามรูปกราฟด้านล่างนี้
Logarithmic Creep Strain VS Time Curves at Various Stress Levels

3. เมื่อต้องการปรับแก้ค่าการเสียรูปภายใต้การรับภาระ หรือโหลดของชิ้นงานตัวอย่าง ด้วยค่าการหดตัว หรือการยืดตัวภายใต้สภาวะการไม่มีภาระ หรือโหลดของชิ้นงานตัวอย่าง ให้ทำการวาดกราฟลอการิทึมระหว่างเปอร์เซ็นต์ความเครียดภายหลังจากการปรับแก้กับเวลา เป็นชั่วโมง และให้วาดกราฟลอการิทึมระหว่างค่าเฉลี่ยของการเปลี่ยนแปลงรูปร่างเป็นเปอร์เซ็นต์ อันเนื่องมาจากสภาพแวดล้อมเดียวกันกับเวลาเป็นชั่วโมง ไว้ในกราฟเดียวกัน
4. เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของชิ้นงานตัวอย่าง อย่างมีนัยสำคัญอันเนื่องมากจากสภาวะแวดล้อมเพียงอย่างเดียว หากไม่ต้องการทำการปรับแก้ค่าการเสียรูปภายใต้การรับภาระ หรือโหลดของชิ้นงานตัวอย่าง ให้ทำการวาดกราฟลอการิทึมระหว่างเปอร์เซ็นต์ความเครียดกับเวลา เป็นชั่วโมง และกราฟลอการิทึมระหว่างค่าเฉลี่ยเปอร์เซ็นต์ความเครียดกับเวลา เป็นชั่วโมง
5. เมื่อวัสดุเกิดการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของชิ้นงานตัวอย่าง อย่างมีนัยสำคัญอันเนื่องมากจากสภาวะแวดล้อมเพียงอย่างเดียว ทุกคุณสมบัติที่คำนวณจากข้อมูลของความคืบ เช่น ค่าโมดูลัสคืบ (Creep modulus) หรือกราฟความเค้น-ความเครียด ควรมีการะบุว่าเป็นค่า หรือผลการทดสอบที่เกิดจากการปรับแก้ หรือไม่ได้ปรับแก้ค่า ขึ้นอยู่กับการนำค่า หรือการทดสอบนั้นไปใช้งาน
ทำให้ใช้งานง่ายและสร้างกราฟได้จากโปรแกรม เพื่อประเมิณคุณสมบัติเปรียบเทียบแต่ละชิ้นงาน

ยังสามารถติดตั้งฟังก์ชันการทดสอบเพิ่มเติม เช่น การทดสอบการคลายตัว ( Stress relaxation) โดยการติดโหลดเซลล์ที่แต่ละจุดแขวน การเพิ่มฟังชันเอ็กเทนโซมิเตอร์(extensometer) อุปกรณ์วัดความเครียดที่เกจ เครื่องทดสอบการคืบควบคุมการทำงานด้วยจอสัมผัส ผู้ใช้งานสามารถทดสอบตัวอย่างได้โดยไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ เมื่อเชื่อมต่อซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์เข้ากับอุปกรณ์ ข้อมูลจะถูกดึงมาจากแผงสัมผัสโดยอัตโนมัติ

